วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แฉแหลก..ฉีกหน้ากากลัทธิประชาธิปไตยแท้จริงคือลัทธิสงคราม และเผด็จการก่อการร้ายใหญ่


พ.ศ 2504  อเมริกามีประธานาธิบดี จอห์น ฟิตซ์เจอรัล เคเนดี เป็นผู้นำเขาพยายามยุติสงครามเย็น ด้วยการฟื้นฟูสัมพันธไมตรีกับสหภาพโซเวียติ  ลดกำลังทางทหาร ลดอำนาจของ CIA, กลุ่มกลาโหม และ พ่อค้าอาวุธสงคราม  เขากำลังพยายามเปิดโปงความกระหายสงครามของกลุ่มอิลลูมินาติ

นาย Normand Hodges อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่ปัจจุบันเกษียณแล้วมีอายุ 78 ปี เขากำลังเข้ารักษาอาการป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเซนทารา เจเนรัล ได้แฉความจริงช็อกโลกว่า โดยเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงให้กับ CIA มาเป็นเวลานานกว่า 41 ปี


และหนึ่งในหน้าที่การทำงานของเขาก็คือ "การลอบสังหารบุคคลต่างๆ ให้กับรัฐบาลอเมริกา " ซึ่งมีทั้งดารานักแสดง นักวิทยาศาสตร์ รวมถึงผู้ที่อาจจะมีภัยต่อสหรัฐอเมริกา  เขาได้รับการฝึกฝนความเชี่ยวชาญมาเป็นพิเศษ  ทั้งทางด้านศิลปะการป้องกันตัว  มือปืนสไนเปอร์ วัตถุระเบิดและสารพิษ


และตลอดเวลาที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ CIA เขารับคำสั่งรัฐบาลจ้าวลัทธิประชาธิปไตย  ลอบสังหารคนสำคัญในอเมริกาและทั่วโลกมาแล้วกว่า 37 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "มาริลิน มอนโร" ดาราฮอลีวู๊ดผู้โด่งดัง โดยเขาแฉว่าทาง CIA มีหลักฐานว่า มาริลิน มีสัมพันธ์ชู้สาวกับประธานาธิบดีเคเนดี้


และเธอยังมีสัมพันธ์ชู้สาวกับ ฟิเดล กัสโตร ผู้นำคิวบาที่เป็นศัตรูกับอเมริกาอีกด้วย แค่ความกลัวว่าข้อมูลของสหรัฐอเมริกาจะรั่วไหลไปถึงพวกคอมมิวนิสต์  นายจิมมี เฮย์วอร์ธ ผู้บังคับบัญชาของเขาจึงสั่งให้เขาสังหารมาริลิน มอนโร โดยทำให้เหมือนกับว่าเธอฆ่าตัวตายด้วยการใช้ยาเกินขนาด


ในวันที่ 5 สิงหาคม 2505 เป็นคืนที่เขาลงมือลอบสังหารมาริลิน มอนโร ด้วยการลักลอบเข้าไปในห้องนอนของเธอซึ่งเป็นเวลาที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ จากนั้นก็ฉีดยาให้เธอจนเธอถึงแก่ความตาย เขาไม่เคยลงมือฆ่าผู้หญิงเลย ดังนั้นเธอจึงเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่เขาลงมือสังหาร



วันที่ 22 พฤศจิกายน 2506 ประธานาเคนาดีพลาด เมื่อนายลินดอน บี จอห์นสัน เป็นรองประธานาธิบดี ได้สมคบคิดคิดกับ CIA  และพ่อค้าอาวุธสงคราม กระทำการรัฐประหารชิงอำนาจ โดยการใช้มือปืนลอบยิงสังหารประธานาธิบดีเคเนดี ขณะนั่งรถเปิดประทุนทักทายประชาชนคนอเมริกันจำนวนมาก  ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส  


อิลลูมินาติใหญ่ที่สมรู้ร่วมคิดสังหารเคเนดี คือ ตระกูล บุช เพราะต้นตระกูลร่ำรวยมาจากได้สัมปทานรถไฟผูกขาด และธุรกิจธนาคาร  โดยนายจอห์น HW บุช เคยทำงานเป็นเอเย่นยี่ปั้วในโครงการของ CIA ที่วางแผนจัดทีมมือปืนสังหารฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบา

แต่แล้วเขากลับใช้แผนนั้นเอามาสังหารประธานาธิบดีเคเนดีเสียเอง เพื่อสร้างสถานการณ์ป้ายสีความผิดให้ ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบา เมื่อเคเนดีตายแผนการชิงอำนาจสำเร็จ  ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนั้น นายลินดอน บี จอห์นสัน เข้าสวมตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีต่อทันที เขาเปลี่ยนนโยบายรัฐบาล


โดยการเดินหน้าสงครามเย็น-สงครามตัวแทนเต็มตัว ส่งกำลังทหารเข้าไปก่อสงครามในเวียดนามเพื่อฆ่าเด็ก ผู้หญิง และคนชราตายไปหลายล้านคน อ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องลัทธิประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน และวางแผนต่อเนื่องให้อเมริกาประกาศสงครามกับประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร แห่งคิวบาด้วย


ผู้นำอเมริกาคนต่อๆ มาจากลินดอน บี จอห์นสัน เช่น นิกสัน ฟอร์ด ได้แต่งตั้งบุช ผู้พ่อ มาเป็นผู้อำนวยการ CIA วางฐานอำนาจและลงรับสมัครเป็นประธานาธิบดี  และซื้อเสียงจนชนะเลือกตั้ง และบุชผู้พ่อ ก็พยายามสร้างเรื่องก่อสงครามกับประเทศอื่นเรื่อยมา  เช่น ปล้นอิรัก อ้างว่าปกป้องคูเวต แต่แท้จริงคือการปล้นบ่อน้ำมัน


บุชผู้ลูก รับหน้าที่ต่อร่วมกับ CIA กระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ จัดฉากให้เกิดเหตุการณ์ 9-11 เพื่อมีข้ออ้างสร้างภาพให้บินลาเดน (ซึ่งที่แท้คือ CIA ) เป็นผู้บงการ และอ้างว่าซัดดัม ฮุสเซน มีอาวุธนิวเคลียร์ และสนับสนุนกลุ่มอัลกออิดะห์ ก่อเหตุวินาศกรรม 9-11 แล้วยกกองทัพบุกอิรักหน้าตาเฉย

ก่อสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนอิรักตายกว่า 5 แสนคน สุดท้ายอเมริกาถูกจับได้ว่ากลุ่มอิลลูมินาติทำเอง  จนป่านนี้ยังหาอาวุธนิวเคลียร์ซัดดัมไม่เจอสักเท่าเข็มหมุด  แต่ก็หน้าด้านทำมึนหน้าตาเฉย  มาจนถึงโอบามา ผู้นำจ้าวลัทธิคนปัจจุบัน ก็ทำหน้าที่ก่อสงครามอย่างเข้มแข็ง หาเหตุส่งกำลังทหารบุกอัฟกานิสถาน และเข้าไปในปากีสถาน เพื่อปลิดชีวิตบินลาเดนให้สมบทบาท


ผู้นำจ้าวลัทธิประชาธิปไตยทุกคน จึงมีหน้าที่สนับสนุนความร่ำรวยของกลุ่มอิลลูมินาติ  ธุรกิจอุตสาหกรรมพ่อค้าอาวุธสงคราม  นายทุนธนาคารใหญ่ บริษัทปิโตรเลียม และปกป้องบ่อน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกิจการที่ตระกูลบุชถือหุ้น  เพราะการจะเป็นใหญ่ผู้นำอเมริกา ต้องใช้เงินทุนจากกลุ่มอิลลูมินาติสนับสนุนอย่างมาก

ต้องทุ่มเงินซื้อเสียงประชาชนในรูปแบบต่างๆ จนชนะเลือกตั้ง  เมื่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้ว  ทุกคนมีหน้าที่ช่วยปกปิดความลับ “ในการสมรู้ร่วมคิดกัน “ ก่ออาชญากรรมสงคราม และต้องหนุนการก่อการร้ายเพื่อสร้างภาพความตื่นกลัวให้กับคนอเมริกัน และประเทศพันธมิตร


และผู้นำจ้าวลัทธิประชิปไตย ยังมีหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ “หนุนการก่อรัฐประหาร “ในหลายประเทศ เพื่อสร้างผุ้นำเผด็จการที่ควบคุมและเชิดหุ่นได้  และต้องคอรัปชั่นเก่งๆ  เช่น นายพลลอนนอล กัมพูชา , นายเหงียน เกา กี เวียดนาม , นายมาร์กอส ฟิลิปปินส์  , ปักจุงฮี เกาหลีใต้ , เซีย อุล ฮัก ปากีสถาน และล่าสุดคือ เจ้าของโรงงานลูกกวาด ผู้นำยูเครน

และหน้าที่หลักอีกประการสำคัญของผุ้นำจ้าวลัทธิ ฯ คือ หนุนสงครามตัวแทนในดินแดนต่างๆ ทั่วโลก  เพื่ออุ้มเปโตรดอลลาร์ ที่ประหลาดสุดขั้วไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองที่เขาผูกกับทองคำ  ระบบพิลึกกึกกือนี้ให้รัฐบาลอเมริกาพิมพ์เงินออกมาใช้ได้ตามต้องการ ก่อให้เกิดหนี้ต่างประเทศสะสมมหาศาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันมีมากกว่า 650 ล้านล้านบาทเข้าไปแล้ว


การก่อกำเนิดกลุ่มก่อการร้ายสารพัดชื่อในตะวันออกกลาง  ไม่ใช่ความแตกต่างทางนิกายของศาสนาอิสลาม เชื้อชาติ ชนเผ่า ความเคียดแค้นกันในอดีต หรือการทำจิฮาดยอมตายเพื่อขับไล่ผู้ที่บุกเข้ามาทำลายแผ่นดินมุสลิม  แท้จริงแล้วคือ “การหนุนด้วยเงิน อาวุธ “ ปลุกปั่นสุมไฟเกลียดชัง  หลอกลวง จากบรรดาพันธมิตรนาโต อิสราเอล ซาอุ กาตาร์ จอร์แดน ตุรกี ฯลฯ


ด้านจอห์นแม็คเคน วุฒิสมาชิกและอิลลูมินาติใหญ่พรรครัฐบาลจ้าวลัทธิประชาธิปไตย ก็มีภาพหวานชื่นที่เขาเคยไปเยี่ยมเยียนเหล่าเพื่อนรักกองกำลัง IS CIA ในซีเรียด้วยความห่วงใย พร้อมมีของฝากเล็กๆ น้อยๆ เป็นพวกรถโตโยต้าติดอาวุธปืนกลหลายร้อยคัน โดยมีเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ ของกองทัพอเมริกาบินคุ้มกันแบบถนุถนอม เกรงมดไรจะมาไต่ตอมให้ผิวช้ำ  


หลังจากวุฒิสมาชิกแม็คเคนกลับมาจากการเดินทางไปเยี่ยมเหล่าเพื่อนรักกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ที่ประเทศซีเรียเขากล่าวว่า "เขาดีใจมากที่ได้พบบรรดานักรบเหล่านี้ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกามานานหลายปี" แม็คเคนบอกต่อว่า "กลุ่มก่อการร้าย IS CIA กำลังกังวลถึงสถานการณ์สู้รบ"


และพวกเขาต้องการความช่วยเหลือด้านอาวุธ  เนื่องจากกำลังถูกไล่ล่าอย่างหนักจากกลุ่มเฮชบุลเลาะห์ของอิหร่าน และจากทหารของรัฐบาลซีเรีย  นอกจากนั้นเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาเยอรมันนี ได้ส่งยุทธโธปกรณ์ทางทหาร เช่น เครื่องยิงระบบต่อต้านรถถัง Milan 3 Missiles ที่ผลิตโดยฝรั่งเศส  จำนวน 30 ชุด


ขีปนาวุธ  500 ลูก ปืนไรเฟิลจู่โจม 4,000 กระบอก  รถหุ้มเกราะติดอาวุธ Dingo  10 คัน อ้างว่าส่งไปให้กองทัพเคิร์ดในอิรัก  แต่ไม่นานต่อจากนั้นจรวดทำลายรถถัง MILAN 3 ดันตกไปอยู่ในความครอบครองของกองกำลัง IS CIA ใช้ทำลายรถถังของรัฐบาลซีเรีย ?? อ้าว..ชาวฝรั่งเศส และ EU ไม่รู้เรื่องนี้เลยรึ ??



นี่คือความจริงของลัทธิประชาธิปไตย ต้องฆ่าคนอื่นมากๆ ต้องกลั่นแกล้งรังแก  กดขี่ทางชนชั้นสังคม ศาสนา ชนชาติ ต้องคดโกง คอรัปชั่น ต้องโกหก และจ้าวลัทธิฯ ต้องการปลูกฝังแนวคิดแบบนี้ไปในทุกประเทศ เพื่อที่กลุ่มชาติตะวันตกจะได้ควบคุมประชากรทั้งโลกได้โดยอ้าง ประชาธิปไตย

การที่อเมริกา และยุโรปอ้างว่าประเทศพวกตนเป็นเสรีประชาธิปไตย และบีบบังคับให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต้องมีการเลือกตั้งในแบบที่ตนเองกำหนดผู้นำได้  โดยหนุนนักการเมืองขายชาติ  เชิดรัฐบาลหุ่นที่่จ้าวลัทธิควบคุมได้ เพื่อจะเปิดทางให้ชาติตะวันตกเข้ามาสูบทรัพยากรจากประเทศซีกตะวันออก กอบโกยหาผลประโยชน์ เอารัดเอาเปรียบ

ตื่นเถิดชาวไทยและชาวโลก ไม่เคยมีประชาธิปไตยอยู่จริงๆ ในโลกใบนี้  มีแต่เพียง “ลัทธิสงคราม และก่อการร้าย “ เท่านั้นที่ชาวโลกกำลังเผชิญอยู่  เมื่อใดที่ลัทธิประชาธิปไตยมา ให้พึงสังวรได้เลยว่าเราจะเสีย “อธิปไตย” ไปให้กับต่างชาติ

เสธ น้ำเงิน4
** หนังสือรวมเล่ม แฉ ความลับ ทุกตอนเหมาะสำหรับสะสม หรือของฝากนักรบน้ำหมากที่ร้าน B2S ทุกสาขา หรือขอรับง่ายๆ คลิ๊กไปที่ http://t.co/KxhM77h8oO


กติกา" คอมเม็นท์โปรดงดคำหยาบ , ป่วน , ภาพ สามารถประสานสอบถามทีมงานรวมเล่มหนังสือ แฉ ความลับ คลิ๊กไปที่ http://www.facebook.com/topsecretthaibook

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไขปริศนา..ใครสั่งการกลุ่ม IS CIA โจมตีสั่งตายชาวฝรั่งเศส ภายใต้ลัทธิประชาธิปไตย


ตามที่เพจนี้เคยเล่าให้ฟังว่า ประเทศในยุโรปทั้งหมดต้องซื้อพลังงานก๊าสธรรมชาติจากรัสเซียถึง 66% เมื่อถูกอเมริกายุยงปั่นหัวว่ารัสเซียจะเป็นภัย  ทำให้รัฐบาลยุโรปพยายามหาแหล่งก๊าซจากที่อื่นมาทดแทน  ในปี พ.ศ.2552 ประเทศการ์ต้า ได้เสนอส่งก๊าซของตนเองไปขายในราคาถูกๆ ที่ยุโรป โดยจะวางท่อก๊าซผ่านซาอุฯ  จอร์แดน และซีเรีย 

แต่รัฐบาลซีเรียไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับบรรดาประเทศในยุโรป จึงไม่เอาด้วย ส่งผลให้แผนการวางท่อก๊าซจากการ์ต้าไปยุโรปจึงพังคลืนลง  เหตุจากการไปขัดใจขาใหญ่ของโลกในครั้งนั้น รัฐบาลซีเรียจึงเป็นเป้าของการถูกโค่นจากอเมริกา และยุโรป โดยอ้างว่าต้องสนับสนุนฝ่ายกบฏที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ปฏิวัติรัฐบาลซีเรียด้วยปืนเพื่อปกป้องลัทธิประชาธิปไตย


พ.ศ. 2554 สหภาพยุโรป ( EU) และอเมริกาเป็นหนี้ประเทศประเทศลิเบีย ที่นำโดยพันเอกมุอัมมาร์กัดดาฟี ถึง 6 ล้านล้านบาท  อเมริกา นาโต้ ซาอุฯ ตุรกี อิสราเอล จึงผลิตทหารรับจ้างกลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มไป “ ปฏิวัติ” โค่นล้มพันเอกมุอัมมาร์กัดดาฟี เพื่อล้างหนี้สิน


สารพัดกลุ่มก่อการร้ายของนาโต้ เช่น อัลกออิดะฮ์ อัลนุสราฟร้อน และ IS CIA ฯลฯ ได้มีการก่อการร้ายในลิเบีย ได้เกิดการปฏิวัติลิเบีย  โดยรัฐบาลฝรั่งเศสได้ร่วมกับนาโต้ให้การสนับสนุนกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และฝรั่งเศส ยังได้ให้การช่วยเหลือกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์อย่างเปิดเผยเป็นที่รับรู้อย่างเป็นทางการทั่วโลกมานานแล้ว

เมื่อโค่นล้มพันเอกมุอัมมาร์กัดดาฟี เพื่อล้างหนี้สินสำเร็จ  ปี 2555 ในขณะที่ซีเรียได้จัดการประชุมกับประเทศพันธมิตร  รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาประกาศว่า กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ ปฏิวัติด้วยปืนอย่างมีประสิทธิภาพในซีเรีย แกนนำคนสำคัญของกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ที่นาโต้เกณฑ์ตัวมาจากลิเบีย

ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ถึงขั้นที่ว่าก่อกำเนิดกองกำลังปลดปล่อยซีเรียขึ้นมาอีกกองกำลังหนึ่ง  และได้ให้เกียรติผู้สนับสนุนหลักการก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ  โดยการเลือกใช้ธงล่าอาณานิคมฝรั่งเศสเป็นธงประจำกองกำลังของพวกเขา


จากนั้นกลุ่มก่อการร้ายในสังกัดของนาโต้ได้ปล้นคลังแสงและขนย้ายอาวุธของทางการลิเบียเข้าไปยังซีเรียทางท่าเรือ แล้วก็ป่วนประเทศซีเรียยืดเยื้อมานานเกือบ 5 ปีแล้ว มุ่งเป้าสร้างความหวาดกลัวด้วยการตัดคอ ข่มขืน และฆ่าชาวซีเรีย 250,000 คน เพื่อ “ไล่ที่ “ ชาวซีเรีย 4 ล้านคนให้เป็น “ผู้อพยพลี้ภัยสงคราม”

ส่วนจ้าวลัทธิประชาธิปไตย และนาโต้ ก็รับลูก “แบ่งงานกันทำ” ทำการโจมตีทหารซีเรียด้วยอาวุธทำลายไปที่ระบบสาธารณูปโภค สะพาน อุโมงค์ สถานีไฟฟ้า ปั๊มน้ำ ส่งผลให้กองทัพรัฐบาลซีเรียขาดน้ำ อาหาร  ที่เพียงพอ จนจะล้มมิล้มแหล่มะรอมมะร่อ แล้วนาโต้ก็ให้สื่อยิวไซออนิสต์ใหญ่ๆ ออกข่าวลวงชาวโลกตลอดมาว่าโจมตีกลุ่ม IS CIA

กลางปี 2557 ฝรั่งเศส ได้ร่วมมือกับอีกหลายประเทศที่เป็นสมาชิกนาโต้ เข้าให้ความช่วยเหลือกับกองกำลัง IS CIA อย่างเป็นทางการ การสนับสนุนของฝรั่งเศสต่อกองกำลังนี้อย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนที่ตุลาคม 2558


แต่นาทีสุดท้ายก่อนที่ชะตากรรมของประธานาธิบดีอัดซาดแห่งซีเรีย จะชะตาขาด “ถูกฆ่าล้างหนี้” เหมือนกับ ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก และ มุอัมมาร์กัดดาฟี แห่งลิเบีย  ประนาธิปดีปูติน แห่งรัสเซีย สีจิ้นผิง แห่งจีน  อิหร่าน และเลบานอน ได้ส่งความช่วยเหลือประชาชนรัสเซียในทัน ก่อนที่จะถูกอเมริกาและนาโต้ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และยึดดินไปครอบครอง


หลังจากวันที่ 1 พ.ย.58 เป็นต้นมา กองกำลัง IS CIA และสารพัดกลุ่มก่อการร้าย ในนามลัทธิประชาธิปไตย ของอเมริกาและนาโต้ ถูกระบอบอนุรักษ์นิยมตะวันออก นำโดยหมีขาวรัสเซีย จัดหนักมากถึงมากที่สุด มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากเรือกลางทะเล  ขีปนาวุธจาก “นักบินผู้หญิง” ตายนับไม่ทัน บางวันตายกว่า 300 ศพ รวมแล้วตอนนี้ฝ่ายอเมริกาและนาโต้ตายไปเกิน 7,000 ศพแล้ว

มีการใช้รถถังและปืนใหญ่ยิงถล่มใส่ฝ่ายอเมริกาและนาโต้ จนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน  รัสเซียก็ใช้คอปเตอร์บินกราดยิงด้วยอาวุธดาวกระจาย และกองกำลังเฮชบุลเลาะห์นักรบผีของอิหร่าน เลบานอน ก็ใช้ยุทธการทางภาคพื้นดิน ใช้ปืนใหญ่และปืนกลยิงเร็วล้อมยิงตายกลางทะเลทราย ศพกองพะเนินเป็นภูเขาเลากา

สร้างความตื่นตระหนกให้กับกองกำลัง IS CIA อย่างมาก แกนนำต่างร้องขอให้นาโต้ช่วยเหลือพวกตนหนีตายปะปนเข้าไปกับผู้ลี้ภัยปกติเขาไปในยุโรป เฉพาะชาวฝรั่งเศสที่ไปรับจ้างนาโต้รบในนามกองกำลัง IS CIA ก็ปาเข้าไปกว่า 3,000 คน เข้าไปแล้ว พวกนี้จึงหนีตายกลับประเทศตนเอง  โดยความช่วยเหลืออย่างกุลีกุจอของรัฐบาลในยุโรปเอง


ล่าสุดลางมรณะมาเยือนอิลลูมินาติไม่หยุด เมื่อน้ำมันดิบลดลงเหลือ 40.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  คลังน้ำมันดิบสำรองในประเทศล่าอาณานิคม เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,000 ล้านบาร์เรล เกิดน้ำมันดิบล้นตลาด  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งเหวลงอย่างหนัก  ผลประกอบการธุรกิจในอเมริกาชะลอตัว การใช้จ่ายนอกสหรัฐฯ ซึมเซา
   
เครือข่ายห้างสรรพสินค้า ผลประกอบการเดี้ยง การใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอตัวลง อเมริกาประเทศที่มีหนี้มากที่สุดในโลก และยุโรปเศรษฐกิจกำลังจะตาย ถ้าล้างหนี้เก่าไม่ได้จะกลายเป็นทาสชาติในตะวันออกและตะวันออกกลาง และแล้วแผนการร้ายก็ได้ถูกจัดฉากขึ้น  โดยมีชีวิตบริสุทธิ์ของประชาชนเป็นเครื่องมือ


วันศุกร์ที่ 13 พ.ย.2558  สัญญาณมรณะมาเยือน มีการขู่วางระเบิด โรงแรมในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ที่เป็นที่พักของนักฟุตบอลทีมชาติชาวเยอรมัน ที่จะลงแข่งนัดกระชับมิตรภาพกับทีมชาติฝรั่งเศส ส่งผลให้ทีมชาติเยอรมันต้องอพยพออกจากโรงแรมโดยด่วน และกลับเข้าไปภายในโรงแรมอีกครั้ง

ตกกลางคืนพอเริ่มแข่งฟุตบอลระหว่างสองประเทศ ที่สนามกีฬาสตาด เดอ ฟรองซ์ มีระเบิดดังสนั่นขึ้น 3 ลูกตกลงที่ด้านนอกสนามกีฬา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย บาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนมาก ระเบิดอีกลูกหนึ่งเกิดขึ้นใกล้ๆ กับร้านแมคโดนัลด์ที่อยู่ติดสนามกีฬา และยังมีระเบิดพลีชีพอีกอย่างน้อย 1 จุด บนถนนใกล้เคียง

ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางไปรับชมการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ถูกพาออกจากสนามในทันที อีกด้านหนึ่งมีประชาชนอย่างน้อย 1,500 คน อัดแน่นอยู่เต็มห้องคอนเสิร์ตทางตะวันออกของกรุงปารีส เพื่อชมการแสดงดนตรีของวง Eagles of Death Metal กลุ่มศิลปินร็อกแนวความตายจากรัฐแคลิฟอร์เนีย อเมริกา


จุดนี้อยู่ห่างจากสำนักงานหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด ที่เคยถูกมือที่มองไม่เห็นโจมตีในเดือนมกราคม 2558 แค่ราว ๆ 200 เมตร เมื่อการแสดงดำเนินไปได้ราว 1 ชั่วโมง ได้มีกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ชุดดำจำนวน 4 คน ถือปืน AK-47 บุกเข้าไปในฮอลล์ แล้วเริ่มกราดยิงใส่ผู้ชมด้วยท่าทางสงบเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมนานกว่า 10 นาที และเปลี่ยนแม็กกาซีนถึง 3 ชุด โดยเตรียมการมาแล้วเป็นอย่างดี จุดนี้ผู้ชมคอนเสิร์ตถูกยิงตายไปราว 100 คน 


ตำรวจคอมมานโดฝรั่งเศสอ้างว่าได้บุกเข้าไปช่วยเหลือตัวประกัน กลุ่มก่อการร้าย 3 คนแรกกดระเบิดที่ติดมากับเข็มขัดพลีชีพ ส่วนคนที่ 4 ถูกวิสามัญฆาตกรรม   ห่างออกไปไม่ไกลทางตะวันออกบนถนนกลุ่มก่อการร้าย IS CIA กราดยิงรัวขึ้นหลายนัดนานราวๆ 2-3 นาที มุ่งโจมตีภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น  พบผู้เสียชีวิตอีก 18 ราย  คนนอนอยู่เกลื่อนถนน มีเลือดนองเต็มไปหมด


เวลาใกล้เคียงกัน ที่ภัตตาคารอาหารเขมรบนถนนซึ่งห่างไปทางเหนือเล็กน้อย กลุ่มก่อการร้าย IS CIA  ประเคนกราดยิงปืนกลรัวใส่ผู้คนนานประมาณ 30 วินาที ดังต่อเนื่องไม่หยุด  คนตายอีกเพียบ  และในร้านพิซซา ซึ่งอยู่ห่างจากห้องคอนเสิร์ตไปไม่กี่ร้อยเมตร กลุ่มก่อการร้าย IS CIA กราดยิงใช้ปืนไรเฟิลอัตโนมัติกราดยิงคนตายไปอีก 5 ศพ เลือดนองไปทั่ว     

และกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ยังกดระเบิดเสื้อกั๊กพลีชีพบนถนนอีกแห่งที่ไม่ไกลจากห้องคอนเสิร์ต การโจมตีครั้งนี้ใช้กลยุทธ์การโจมตีที่ถูกใช้ในสงครามตะวันออกกลาง  มีการถล่มเป้าหมาย 6 จุด มีกลุ่มก่อการร้าย IS CIA ตาย 7 คนโดยมี 3 คนเป็นพลเมืองฝรั่งเศส  และอีก 2 คนเพิ่งเดินจากกรีซเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และถูกลงทะเบียนว่าเป็น ผู้ลี้ภัยจากซีเรีย
       

กลุ่มก่อการร้าย IS CIA ได้วางแผนแบ่งออกเป็น 3 ทีมใช้รถยนต์ 2 คันในการก่อเหตุ คือ เซียต สีดำ ป้ายทะเบียนเบลเยียม และ โฟล์กสวาเกน โปโล ติดป้ายทะเบียนเบลเยียม โดยมีชายชาวฝรั่งเศสซึ่งอาศัยอยู่ในเบลเยียมเช่ามา และพบปืนไรเฟิลอัตโนมัติ AK47 หลายกระบอกอยู่ภายในรถด้วย  กลุ่มก่อการร้าย IS CIA อย่างน้อย 2 รายอาศัยอยู่ในเบลเยี่ยม

ตำรวจฝรั่งเศสอ้างว่าพบหนังสือเดินทางซีเรีย ตกอยู่ในมือใกล้ๆ กับศพของมือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่ง (แหม บังเอิญจริง หนังสือเดินทางไม่เสียหายจากแรงระเบิดสักนิดด้วย) ทำให้คาดการณ์ว่าพวกนี้แฝงตัวเข้ามาในยุโรปพร้อมกับคลื่นผู้อพยพที่หลบหนีสงครามในซีเรีย


แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยใดๆ เกี่ยวกับจุดที่พบพาสปอร์ตซีเรียเล่มดังกล่าว รวมถึงไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของพาสปอร์ตเล่มนี้  แต่โยนขี้เบื้องต้นว่าเหตุก่อการร้ายระลอกนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับซีเรีย..น้าน !! แล้วกลุ่มก่อการร้ายที่ตายก็มีสัญชาติฝรั่งเศสด้วย อย่างนี้ไม่เชื่อมโยงรัฐบาลฝรั่งเศสหรือ ??

ทางการฝรั่งเศสได้ขอให้รัฐบาลกรีซช่วยตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางและลายนิ้วมือของคนร้ายรายหนึ่งในจำนวนนี้ ส่วนคนร้ายอีกหนึ่งรายนั้นทางการฝรั่งเศสอ้ำๆ อึ้งๆ และขอให้กรีซช่วยตรวจสอบเพียงแค่ลายนิ้วมือเท่านั้น แต่อย่าตรวจหนังสือเดินทาง


การก่อการร้ายในเมืองหลวงฝรั่งเศสครั้งนี้  มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายครั้งนี้กว่า 149 ราย บาดเจ็บกว่า 350 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัสรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 80 รายซึ่งอาจเสียชีวิตเพิ่มเติมในไม่ช้า  เวลาต่อเนื่องกันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนาครั้งใหญ่ที่ กาเลส์ จังเกิลในเมืองท่ากาเลส์ ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่ตั้งเพิงอพยพของผู้ลี้ภัยผิดกฎหมายเข้ายุโรป

สถานที่แห่งนี้เป็นที่อาศัยของผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากตะวันออกกลางและแอฟริกา กลุ่มผู้อพยพส่วนใหญ่ใช้เป็นจุดแวะพัก แล้วมุ่งหน้าผ่านเข้าอุโมงค์ที่เชื่อมระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษ โดยมีจุดหมายปลายทางคืออังกฤษ  โดยเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ไฟไหม้กินพื้นที่ไปราว 10,000 ตร.ม.


บรรดาผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในบริเวณค่ายอพยพ ต่างพยายามหนีเอาตัวรอด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถหาเหตุต้นเพลิงได้ว่าเป็นเพราะอะไร ?? ประธานาธิบดีออลลองด์ สบช่องก็ออกมาระบุว่าเหตุโจมตีในปารีสเป็นการก่อสงครามและประกาศจะแก้แค้นพวกนักรบหัวรุนแรง อย่างไม่ปรานี

และแก้เกี้ยว ด้วยการสั่งเครื่องบิน 12 ลำ เป็นเครื่องบินรบ 10 ลำ ออกจากฐานทัพในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน ละเมิดน่านฟ้าเขตห้ามนาโต้บิน ที่รัสเซียและซีเรียประกาศไว้  โจมตีทางอากาศโดยทิ้งระเบิดโจมตี 20 ลูก ทำลายเป้าหมาย อ้างว่าเป็นศูนย์บัญชาการ, ศูนย์รับสมัครนักรบ คลังกระสุน และค่ายฝึกของกลุ่ม IS CIA  ในเมืองรักกา ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของกลุ่มก่อการร้าย 


หมีขาวปูตินได้กลิ่นตุๆ แล้วว่าความเคลื่อนไหวขณะนี้เป็นการจงใจจัดฉากทำขึ้นเพื่อหาทางขับไล่ประธานาธิบดีอัสสาดออกจากตำแหน่ง  เขาประกาศว่า “ต่างชาติไม่มีสิทธิ์ไล่ประธานาธิบดีอัสสาดออกจากตำแหน่ง เพราะเขาผ่านการเลือกตั้งมาจากประชาชนซีเรีย”  

หลังเหตุการณ์ถล่มกรุงปารีสจนกลายเป็นแดนมิกสัญญี  กลุ่มก่อการร้าย IS CIA ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าพวกตนทำเองมีอะไรป่ะ ?? และระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของโอบามา เขาได้หลุดพูดออกมาว่า "ผมออกคำสั่งเมื่อเดือนที่แล้วให้เร่งการฝึกอบรมกองกำลัง ISIL"


และหลักฐานนี้ยังปรากฎแสดงอยู่ในเว็ปไซต์ของทำเนียบไร้สี  แต่ด้วยความรีบร้อนได้ทีมโฆษกได้เติมคำว่า “อิรัก” ในวงเล็บหลังคำ ISIL  เพื่อแก้ไขสุนทรพจน์ของโอบามา ปกปิดความผิดพลาดของเขา  ต่อมาโฆษกทำเนียบขาวอ้างว่า “เพราะอุปกรณ์การบันทึกผิดปกติ”...น้านนน

ลัทธิประชาธิปไตย ยอมรับต่อชาวโลกไปเถอะว่าอยู่เบื้องหลังการสั่งการกลุ่มก่อการร้าย IS CIA เพื่อประหารชีวิตประชาชนในปารีส ฝรั่งเศสตายโดยไร้ความผิด  บอกชาวโลกเขาไปซิว่าลัทธิประหลาดนี้ต้องการ “ประกาศสงครามกับมนุษยชาติ”

เสธ น้ำเงิน4
** หนังสือรวมเล่ม แฉ ความลับ ทุกตอนเหมาะสำหรับสะสม หรือของฝากนักรบน้ำหมากที่ร้าน B2S ทุกสาขา หรือขอรับง่ายๆ คลิ๊กไปที่ http://t.co/KxhM77h8oO

กติกา" คอมเม็นท์โปรดงดคำหยาบ , ป่วน , ภาพ สามารถประสานสอบถามทีมงานรวมเล่มหนังสือ แฉ ความลับ คลิ๊กไปที่ http://www.facebook.com/topsecretthaibook

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แฉ..ช็อคโลกลัทธิประชาธิปไตย สั่งปล้นและฆ่าผู้นำประเทศเจ้าหนี้เพื่อล้างหนี้ท่วมหัว


พ.ศ. 2535 ชาติต่างๆ ในทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง 45 ประเทศ ได้ตัดสินใจที่จะมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง โดยจีนและรัสเซียจะช่วยผลิตดาวเทียมให้เพื่อให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม โครงการนี้ต้องใช้เงินถึง 150,000 ล้านบาท และจำเป็นต้องจ่ายเงินทันที 120,000 ล้านบาท เพื่อให้โครงการเกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเงินเยอะมากในสมัยเมื่อ 28 ปีที่แล้วนั้น


เดิมทีทั้ง 45 ประเทศ ตัดสินใจจะไปกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่มีกลุ่มอิลลูมินาติควบคุมอยู่  ภายใต้ฉากหน้าจ้าวลัทธิประชาธิปไตย แต่ด้วยปัญหาสงครามในอิรักหลายครั้งที่จ้าวลัทธิฯ อ้างว่าต้องกำจัดซัดดัม ฮุสเซน จึงหาเหตุฆ่าคนมุสลิมตายเป็นผักปลา เฉพาะในอิรักช่วงปี 2546 อเมริกาก็ฆ่าคนอิรักตายเกือบล้านคนเข้าไปแล้ว ทำให้โครงการนี้ชะลอเรื่อยมาก


พันเอกมุอัมมาร์กัดดาฟี ผู้นำประเทศลิเบียในสมัยนั้น ที่โลกตะวันออกยังไม่ค่อยรู้จักเขาดี เขาได้สร้างโอกาสและความโชคดีให้กับประชาชนลิเบียในประเทศ ประเทศลิเบียสมัยเขาเป็นผู้นำไม่มีหนี้ภายนอกประเทศ เงินทุนสำรองของลิเบียมีอยู่ 4.5 ล้านล้านบาทกระจายอยู่ทั่วโลก  รัฐบาลของเขาจัดสวัสดิการจากรัฐบาลให้แก่ประชาชน ที่สำคัญๆ และควรจดจำ เช่น

ชาวลิเบียทั้งหมด ใช้ไฟฟ้าฟรีเนื่องจากรัฐบาลไม่มีการเก็บค่าไฟฟ้า ในลิเบียธนาคารทุกแห่งเป็นของรัฐ และกฎหมายลิเบียกำหนดให้ประชาชนกู้เงินโดยปลอดดอกเบี้ย การมีบ้านเป็นของตนเอง ถือเป็นสิทธิมนุษยชน  คู่แต่งงานใหม่จะได้รับเงินขวัญถุงจากรัฐบาลเป็นเงิน ประมาณ 1,500,000 บาท เพื่อซื้อบ้านหลังแรกเริ่มต้นชีวิตครอบครัว


ก่อนหน้าสมัยพันเอกกัดดาฟี เป็นผู้นำลิเบียมีผู้อ่านออกเขียนได้เพียง 25% เขาจึงมีนโยบายให้ประชาชนลิเบียได้รับการศึกษา และการรักษาพยาบาล ฟรีโดยไม่คิดมูลค่า  ส่งผลให้มีผู้อ่านออกเขียนได้ เพิ่มขึ้นจำนวน 83% ถ้าชาวลิเบียคนใดไม่สามารถหาบริการทางด้านการศึกษา และการแพทย์ที่ตัวเองต้องการได้


รัฐบาลจะจ่ายเงินให้และยังให้เงินอีกประมาณ 70,000 บาท เป็นค่าที่พักและค่าพาหนะไปรักษาที่อื่นอีกด้วย  จนชาวลิเบีย 25% จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ผู้หญิงลิเบียที่คลอดลูกจะได้รับเงิน 150,000 บาท ขนมปัง 40 ก้อนในลิเบียราคาประมาณ 5 บาท  ถ้าชาวลิเบียจบการศึกษาและไม่สามารถหางานทำได้  รัฐบาลจะจ่ายเงินเดือนให้พอๆ กับคนที่ทำงานจนกว่าจะหางานได้


ชาวลิเบียคนใดที่ต้องการประกอบอาชีพเกษตรกรรม รัฐบาลจะให้ที่ดินทำการเกษตร ให้บ้าน เครื่องมือทำการเกษตร  เมล็ดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ แบบให้เปล่าเพื่อเริ่มต้นอาชีพเกษตรกรรม   เขาเป็นผู้ทำโครงการชลประทานใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรียกกันว่าโครงการแม่น้ำใหญ่ที่มนุษย์ทำขึ้นเพื่อส่งน้ำไปเลี้ยงผืนทะเลทราย


ชาวลิเบียคนใดซื้อรถ รัฐบาลจะออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง ราคาน้ำมันรถยนต์ในลิเบีย ลิตรละประมาณ 5-6 บาท  เงินส่วนหนึ่งจากการขายน้ำมันของรัฐบาลจะถูกโอนเข้าบัญชีพลเมืองชาวลิเบียโดยตรง พันเอกกัดดาฟี ปกครองประเทศลิเบียนานถึง 42 ปี โดยที่ไม่มีชาวลิเบียคนใดลุกขึ้นมาประท้วงผู้นำของตนว่าเป็นเผด็จการเลย เพราะประชาชนมีความสุขเหมือนขึ้นกว่าอยู่ในลัทธิประชาธิปไตย ที่ประชาชนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินภาษีไปเป็นเงินเดือนนักการเมือง


พ.ศ. 2550 พันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบียได้อาสาเข้ามาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่โครงการดาวเทียมทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยจ่ายเงินให้ 90,000 ล้านบาท การเป็นผู้ใจบุญสนับสนุนทางการเงินครั้งนั้นทำให้ IMF สูญเสียประโยชน์ จากดอกเบี้ยเงินกู้ และการมีอิทธิพลในตะวันออกกลาง

เท่านั้นยังไม่พอ พันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ยังต้องการสร้างความเข้มแข็งให้แอฟริกาและตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างสถาบันการเงิน ที่สำคัญ 3 แห่งขึ้น คือ

1. กองทุนการเงินแอฟริกา (African Monetary Fund) ซึ่งมีแผนจะตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2554 โดยมีสำนักงานใหญ่ในประเทศแคเมอรูน ถ้าสถาบันการเงินนี้เกิดขึ้นก็จะทำให้ชาติแอฟริกาและตะวันออกกลาง ไม่ต้องพึ่งพาอาศัย IMF ของอิลลูมินาติอีกต่อไป นั่นหมายความว่าฝรั่งจะสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลในอนาคต

2. ธนาคารกลางแอฟริกา (Central African Bank) ซึ่งจะมีสำนักงานใหญ่ในเมืองอาบูญา ของไนจีเรีย สถาบันการเงินนี้จะทำให้ชาติแอฟริกา เลิกใช้เงินสกุลเงินดอลลาห์ หรือของยุโรป และหันมามีสกุลเงินกลางเป็นของตัวเอง

3. ธนาคารเพื่อการลงทุน (Bank of Investment) จะเปิดขึ้นในประเทศลิเบีย ธนาคารนี้จะควบคุมการลงทุนในแอฟริกา และตะวันออกกลาง  เพราะชนชาติผิวขาว ดูถูกและเอารัดเอาเปรียบกดขี่ ขูดรีด ชนชาติผิวดำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกามานานแล้ว พันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบีย จึงคิดที่จะปลดปล่อยคนแอฟริกา ให้พ้นจากการเป็นทาสของชาติตะวันตก


ผู้นำชาติต่างๆ ในทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางจึงเห็นชอบร่วมกันในโครงการดังกล่าว แต่มหาอำนาจจ้าวลัทธิประชาธิปไตย และชาติยุโรป ไม่เห็นชอบด้วย คัดค้านหัวชนฝาเพราะตัวเองจะเสียประโยชน์มากมายมหาศาลเหลือเกิน

พันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ยังต้องการที่จะรวมชาติต่างๆ ในแอฟริกาให้เป็น “สหรัฐแอฟริกา (United States of Africa) เหมือนกับสหรัฐอเมริกา ถ้าชาติแอฟริการวมตัวกันได้เมื่อใด สหรัฐแอฟริกา ก็จะเป็นชาติใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้น และถูกเอารัดเอาเปรียบน้อยลง

ลิเบียผลิตน้ำมันดิบคุณภาพสูงและการผลิตน้ำมันของลิเบียมีต้นทุนเพียง 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ชาติตะวันตกซื้อจากลิเบียไปกลั่นขายในตลาดโลก แล้วโขกสับราคาบาร์เรลละหลายสิบ หรือบางครั้งก็เกือบ 100 ดอลลาร์  แต่สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกากลับเป็นหนี้ประเทศลิเบียถึง 6 ล้านล้านบาท สหประชาชาติ ( UN) กำลังเตรียมที่จะมอบรางวัลให้แก่ประธานาธิบดีกัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ในฐานะผู้สร้างความสำเร็จในด้านสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ 


ในปี พ.ศ. 2555 สัมปทานการขุดเจาะน้ำมันของชาติตะวันตกในลิเบียจะหมดอายุลง พันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบียประกาศว่า "ถ้าชาติตะวันตกที่เป็นลูกหนี้ขี้เหนียวยังไม่ยอมจ่ายหนี้เก่าให้ลิเบีย เขาจะให้สัมปทานใหม่แก่บริษัทของจีนและรัสเซีย “ สร้างความเดือดดาลให้กลุ่มอิลลูมินาติ และชาติตะวันตกมาก ว่าทำไมต้องทวงหนี้กันด้วย

ขณะนั้นมีปัญหาการเงินที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปที่ใกล้จะล้มละลายจากลัทธิประชาธิปไตยทุนนิยม  และถ้าพันเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ปลดแอกชาติแอฟริกาให้พ้นจากการถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบจากชาติตะวันตกได้  อเมริกาและชาติตะวันตกอย่างฝรั่งเศสที่ยัดครองแอฟริกาดูดทรัพยากรมานานต้องตายแน่ๆ


แผนการณ์ “ก่อสงครามล้างหนี้ “ จึงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน  มีการประโคมเต้าข่าวดื้อๆ จากสื่อยิวไซออนิสต์ใหญ่ๆ ของโลก ว่าพันเอกกัดดาฟี เข่นฆ่าสังหารประชาชนของตนเอง เพื่อพยายาม หลอกลวงต้มตุ๋นชาวโลกที่อยู่ห่างไกลออกไป  มีแต่ประชาชนชาวลิเบียเท่านั้นที่รู้ว่ากัดดาฟี จะเข่นฆ่าประชาชนของตัวเองทำไม ในเมื่อเขาให้การศึกษา การรักษาพยาบาลแบบให้เปล่าแก่ประชาชนทุกคน

ชาติยุโรปในสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังจะล่มสลาย สหรัฐเองก็เป็นชาติที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ด้วยความกังวลว่าจะสูญเสียแอฟริกาไป นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกาสมัยนั้น ตระเวณเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในแอฟริกาเพื่อชักชวนชาติเหล่านั้นไม่ให้พันเอกกัดดาฟี


จากนั้นก่อตั้งกองกำลังก่อการร้ายสร้างกลุ่มกบฏในลิเบียเพื่อแบ่งแยกดินแดนเป็น สปป.ต่างๆ แล้วให้ไปเปิดสถานทูตของตัวเองในวอชิงตันโดย UN ไม่ต้องรับรองประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น อเมริกาและ NATO ยังชักชวนและบีบให้ประเทศในแอฟริกาเลิกคบค้ากับจีนด้วย เพราะจีนและรัสเซียจะช่วยผลิตดาวเทียมให้แอฟริกานั่นเอง


ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - ปลายเดือนสิงหาคม 2554 ก่อนที่ชาติตะวันตกจะหมดสัมปทานน้ำมันในลิเบีย และก่อนที่จะเกิดกองทุนการเงินแอฟริกา (African Monetary Fund)  ทางนาโต้ ได้บุกโจมตีลิเบียเอาดื้อๆ อย่างว่าเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ??? ประชาชนชาวลิเบีย ตามเมืองต่างๆประมาณ 1.7 ล้านคน ได้ออกมาเดินขบวนสนับสนุนผู้นำของตนเอง


ต่อต้านชาติตะวันตกอย่างหนัก แต่ภาพและข่าวเหล่านี้ไม่เคยถูกนำออกมาเผยแพร่ในทั่วโลก  แต่สื่อกระแสหลักยิวไวออนิสต์ของตะวันตก  กลับนำเสนอข่าวตรงกันข้ามเผยแพร่ลวงโลกว่า ว่าพันเอกกัดดาฟี เป็นเผด็จการ หลักการคล้ายใส่ร้ายรัฐบาลทหารของไทยอยู่ขณะนี้  แต่ประชาชนไทยส่วนใหญ่ กลับต่อต้านการเสนอข่าวของชาติตะวันตกลวงโลก


กองทัพนาโต้และอเมริกาเร่งใช้อาวุธทุกประเภทประเคนทิ้งระเบิดใส่ลิเบียไม่ยั้ง ชาวลิเบียผู้บริสุทธิ์ล้มตายนับไม่ถ้วน และตามล่าพันเอกกัดดาฟี  นาโต้มีการกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบียขึ้นมาเองดื้อๆ โดยการชักใยของบริษัทน้ำมัน และนายธนาคารโลก ที่เป็นเหล่าอิลลูมินาติที่ต้องการปล้นทรัพย์สินของลิเบีย


ประเทศลิเบียแม้จะมั่งคั่งร่ำรวย แต่ก็เป็นประเทศเล็กๆ ไหนเลยจะมีแสนยานุภาพทางทหาร เพียงพอที่จะไปต่อกรกับกองทัพนาโต้และจ้าวลัทธิประชาธิปไตย ยิ่งถ้าต่อสู้บ้านเมืองก็มีแต่จะเสียหาย ผู้คนจะต้องบาดเจ็บและล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก พันเอกกัดดาฟีจึงได้แต่ถอยหนีเพื่อรักษาชีวิตประชาชนที่เขาปกป้องดูแลมาตลอดเวลาที่ครองอำนาจ


กองกำลังนาโต้ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะส่งทหารจากชาติของตนเข้าไปปฏิบัติการสงครามในลิเบีย  ทหารกบฏที่ไล่ล่าพันเอกกัดดาฟีจึงมิใช่ทหารลิเบีย แต่เป็นทหารรับจ้างจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์  ที่นาโต้ส่งเข้าไป หลักการคล้ายๆ กองกำลัง IS CIA ที่อเมริกาและนาโต้ ส่งเข้าไปก่อสงครามในซีเรีย เพื่อโค่นล้มนายอาดซาด ผู้นำของประชาชนเขาในตอนนี้


ในที่สุดเขาก็ถูกทำร้ายต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร สิ้นผู้นำที่ชื่อว่ามุอัมมาร์กัดดาฟีเสียแล้ว เขาไม่ทันได้รับรางวัลจากสหประชาชาติ ( UN) ที่จะมอบให้กับเขาในฐานะผู้สร้างความสำเร็จในด้านสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ  เงินทุนสำรองของประเทศลิเบียก็ถูกอายัดหมดโดยชาติมหาอำนาจ

หนี้สินของชาติมหาอำนาจตะวันตกที่มีต่อลิเบีย ก็ถูกเบี้ยวไม่ได้คืนมาสักบาท  แหล่งสัมปทานน้ำมันในลิเบียถูกชาติตะวันตกยึดไปจนสิ้น เกิดความแตกแยกระส่ำระสายสงครามกลางเมืองในลิเบีย ชาวลิเบียไม่ได้สวัสดิการเหมือนที่เคยได้รับจากกัดดาฟี ผู้นำคนเก่าอีกเลย ประเทศลิเบียของพวกเขาทุกวันนี้เต็มไปด้วยกลุ่มก่อการร้ายของอเมริกาและตะวันตก


ที่ฆ่าคนเล่นทุกวันเหมือนผักปลา อยากจะจับใครไปฆ่าก็ทำตามอำเภอใจ สนามบินสุดหรูก็กลายเป็นที่ยิงจรวดแย่งอำนาจกันของกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มที่ชาติตะวันตกหนุนอาวุธให้มายิงกัน เสียงปืนดังระงมกึกก้องไปทั่วเมืองใหญ่ของลิเบียจนถึงทุกวันนี้  จนคนงานชาวไทยอยุ่ไม่ได้รัฐบาลทหารของไทยต้องสั่งอพยพกลับมาด่วนเมื่อไม่นานมานี้


และที่เพิ่งช็อคโลกอีกก็คือมีรายงานอย่างเป็นทางการจากกลุ่มเฝ้ามองระบบยุติธรรมหรือ Judicial Watch ว่าหลังจากโค่นล้มประธานาธิบดีกัดดาฟีผู้นำลิเบียในเดือนตุลาคม 2554 แล้ว ต่อมาราว 1 ปีในเดือนสิงหาคม ปี 2555 โอบามาผู้นำจ้าวลัทธิประชาธิปไตย เป็นผู้สั่งการให้ CIA ฝึกนักรบกลุ่มไอซิส (ISIS =the Islamic State of Iraq and Syria)


และสั่งให้นำอาวุธทางทหารของลิเบียมารวมกันในคลังอาวุธเมืองเบงกาซี ลิเบีย จากนั้นก็สั่งกองกำลัง IS CIA ปล้นอาวุธลิเบียที่เก็บเอาไว้จากเมืองเบงกาซี แล้วส่งออกจากเมืองท่าเบงกาซี  ไปยังเมืองท่าบาเนียส์ และเมืองท่าบอร์อิลสาม ในประเทศซีเรีย  อาวุธที่อเมริกาปล้นไปประกอบด้วยปืนยาวลอบสังหาร , จรวด RPG, ปืนใหญ่ขนาด 125 มม. และ 155 มม.

เรือที่ลำเลียงอาวุธเป็นเรือขนาดกลางบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ได้ประมาณ 10 ตู้ แล้วขนย้ายอาวุธที่ปล้นลิเบียไป เอาไปให้กองกำลังฝ่ายกบฏ , กลุ่มอัล-นุสรา ฟร้อน , กลุ่มก่อการร้าย IS CIA รวมทั้งกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมอื่นๆ ในซีเรีย  สิ่งที่เกิดตามมาชวนช็อคคือ หลายสัปดาห์หลังจากอาวุธเหล่านี้ถูกส่งออกไป เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐ 4 คน รวมทั้งเอกอัครราชทูตก็ถูกสังหารปิดปากโดยฝีมือของกลุ่ม IS CIA  



ชาติมหาอำนาจจะวันตกจึงใช้นโยบาย “แบ่งแยกแล้วปกครอง” และ “แบ่งแยกแล้วทำลาย”  ถ้าเห็นว่าประเทศใดดีกว่า มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน ก็จะหาทางให้คนในประเทศนั้นทะเลาะเบาะแว้งกัน  โดยเร่งให้เข้าสู่ลัทธิประชาธิปไตย  และพยายามทำให้คนในประเทศนั้นๆ คลั่งเลือกตั้ง

ทำให้ผู้คนหมกหมุ่นกับสิ่งฟุ้งเฟ้อ และไม่ใส่ใจการศึกษาและไม่ถอดบทเรียน เพื่อที่พลเมืองในประเทศนั้นจะได้ไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของตน  ขั้นสุดท้ายก็คือการตั้งผู้ปกครองที่สั่งซ้าย-ขวาหันได้ขึ้นมาปกครองประเทศนั้น  แล้วทำการทวงบุญคุณ ครอบงำ และมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอย่างแท้จริง อ้างว่าเพื่อสิทธิมนุษยชน

ชาติตะวันตกใดที่มีพฤติกรรมเช่นนี้กับไทย ขอให้รู้เถิดว่าเขาหวังประโยชน์จากทรัพยากรและผลประโยชน์จากประเทศของเรา เขาไม่ได้จริงใจใดๆ กับเราดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือสามัคคีดื้อนิ่งไม่ต่อต้านตรงๆ แต่ทำสิ่งตรงข้ามกับที่เขาต้องการแล้วชาติเราจะรอดปลอดภัย

เสธ น้ำเงิน4
** หนังสือรวมเล่ม แฉ ความลับ ทุกตอนเหมาะสำหรับสะสม หรือของฝากนักรบน้ำหมากที่ร้าน B2S ทุกสาขา หรือขอรับง่ายๆ คลิ๊กไปที่ http://t.co/KxhM77h8oO


กติกา" คอมเม็นท์โปรดงดคำหยาบ , ป่วน , ภาพ สามารถประสานสอบถามทีมงานรวมเล่มหนังสือ แฉ ความลับ คลิ๊กไปที่ http://www.facebook.com/topsecretthaibook